ADVERTISER VERIFICATION คืออะไร และวิธียืนยันตัว Google Ads

Advertiser Verification หรือการยืนยันตัวตนของผู้ลงโฆษณาคือกระบวนการที่ Google Ads ใช้เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ลงโฆษณาที่ใช้บริการโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้ การทำ Advertiser Verification นั้นสำคัญมาก เพื่อให้ Google Ads มีความโปร่งใสและเพื่อป้องกันการละเมิดนโยบายการโฆษณา นอกจากนี้ยังช่วยให้บริษัทหรือนิติบุคคลสามารถใช้งานบิลลิ่งและรับใบเสร็จในชื่อบริษัทได้ถูกต้อง

การยืนยันตัวตนสามารถทำได้ที่หน้า Advertiser Verification ใน Google Ads หลังจากสร้างบัญชี Google Ads หรือในบางกรณี Google Ads จะแจ้งให้ทำการยืนยันตัวตน ควรเริ่มต้นยืนยันตัวตนเมื่อไรเนื่องจาก Google Ads กำหนดเวลาในการยืนยันตัวตน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีระยะเวลาให้ทำอยู่ที่ 30 วัน หากไม่ยืนยันตัวตนภายในระยะเวลาที่กำหนด การโฆษณาบนบัญชีนั้นจะถูกระงับ ดังนั้นแนะนำให้ยืนยันตัวตนทันทีเพื่อให้สามารถใช้ Google Ads ได้ต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องทราบก่อนทำการยืนยันตัวตน (Advertiser Verification):

  1. ประเภทธุรกิจ

    -เตรียมเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้า และหลังของเจ้าของบัญชี Google Ads และเอกสารรับรองบริษัทในรูปแบบของไฟล์รูปภาพ

    -ติดต่อเจ้าหน้าที่ทาง Google Ads ให้ตรวจสอบระดับ Profile ของบัญชี หากเป็นในรูปแบบบุคคล ให้แจ้งเปลี่ยนเป็นรูปแบบธุรกิจ โดยกรอกแบบฟอร์มรายละเอียด+ตอบกลับ 
    รวมทั้งกดลิ้งค์ยืนยันทาง Email แอดมินเจ้าของบัญชีเท่านั้น

    -รอการปรับเปลี่ยนรูปแบบของบัญชี Google Ads ประมาณ 3 วันทำการ

    - บัตรประชาชน และเอกสารรับรองบริษัท พร้อมกรอกรายละเอียดที่ตั้งธุรกิจ

    -รอผลการพิจารณา และตรวจสอบจากทาง Google Ads ประมาณ 7-10 วันทำการ
    ​​​​​​​

  2. ประเภทบุคคล

    -เตรียมเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้า และหลังของเจ้าของบัญชี Google Ads ในรูปแบบของไฟล์รูปภาพ

    -บัตรประชาชนด้านหน้า และหลัง 

    -รอผลการพิจารณา และตรวจสอบจากทาง Google Ads ประมาณ 7-10 วันทำการ

    ​​​​​​​

กระบวนการยืนยันตัวตนสำหรับบริษัท หรือนิติบุคคลทำได้ง่าย ๆ โดยเข้าไปที่เมนู "Tools and Settings" > "Billing" > "Advertiser Verification" และคลิก "Start and Continue"

ทำการกรอกข้อมูลของบริษัทเช่นชื่อและที่อยู่ตามทะเบียนบริษัท และอัปโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่นหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หลังจากนั้นใส่ข้อมูลของผู้ที่ลงโฆษณา และอัปโหลดรูปถ่ายของบัตรประชาชน, ใบขับขี่, หรือหนังสือเดินทาง ให้ถูกต้องตามข้อมูลในเอกสาร นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ให้อัปโหลดรูปหลังบัตร (ถ้าเป็นการยืนยันตัวตนส่วนบุคคล)

Google Ads จะตรวจสอบและยืนยันตัวตนภายในระยะเวลาที่กำหนด (ทั่วไป 3-5 วันทำการ) และจะส่งอีเมลแจ้งเตือนว่าการยืนยันตัวตนสำเร็จหรือไม่สำเร็จ หากการยืนยันตัวตนไม่ผ่าน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลการตรวจสอบจะระบุสาเหตุที่ทำให้ไม่ผ่าน และสามารถแก้ไขและยืนยันตัวตนใหม่ได้

ในทำนองเดียวกัน หากการยืนยันตัวตนสำเร็จ Google Ads จะแจ้งผ่านอีเมลและสามารถใช้ Google Ads ได้ตามปกติ โดยสามารถดูข้อมูลผู้ลงโฆษณาได้ผ่านบัญชี Google Ads ของคุณ
​​​​​​​

แบบฟอร์มสำหรับการยืนยันตัวรูปแบบธุรกิจของ Google Ads

 

ในนามบริษัทของฉัน กล่าวคือ ...........[ใส่ชื่อที่ปรากฏอยู่ด้านบนสุดของชื่อและที่อยู่ในโปรไฟล์การชำระเงิน ตรวจสอบได้ที่นี่]........... ฉันให้การอนุมัติแก่ Google ในการทำการแก้ไขทุกประเภทต่อไปนี้

ในบัญชี Google Ads .........[หมายเลข Google Ads 10 หลัก]......... โดยไม่ต้องแจ้งเตือนฉันก่อน

 

โปรดระบุข้อมูลสำหรับโปรไฟล์การเรียกเก็บเงินใหม่ด้านล่างเพื่อให้เราดำเนินการกับคำขอของคุณ ทั้งนี้เราจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ได้หากไม่มีรายละเอียดเหล่านี้

โปรดเตรียมข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วตอบกลับอีเมลนี้โดยตรงเมื่อคุณพร้อมยืนยันข้อมูลแล้ว

 

ฉันอนุญาตให้ Google อัปเดตข้อมูลที่เชื่อมโยงกับโปรไฟล์การชำระเงินของบริษัท ฉันเข้าใจว่าการดําเนินการนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดของโปรไฟล์ และจะมีผลต่อทุกบัญชีที่เรียกเก็บเงินไปยังโปรไฟล์การชําระเงินนี้

• รหัส Google Ads:

• บัญชีนี้ควรเปลี่ยนจากการแจ้งหนี้รายเดือนเป็นโปรไฟล์การชำระเงินใหม่เมื่อใด (โปรดระบุเป็น เร็วที่สุด หรือระบุวันยังเจาะจง):

• ประเทศ:

• สถานะ VAT (โปรดระบุ องค์กร หรือ บุคคลธรรมดา):

• หมายเลข VAT (ไม่บังคับ):

• ชื่อบริษัท (องค์กร):

• ชื่อผู้ติดต่อ:

• ที่อยู่:

• รหัสไปรษณีย์:

• เมือง:

• จังหวัด:

• ชื่อผู้ติดต่อหลักสำหรับโปรไฟล์การชำระเงิน:

• หมายเลขโทรศัพท์ (ต้องระบุ):

• อีเมล (อนุญาตให้ใช้อีเมลที่มีบัญชี Google หลักที่ใช้ได้เท่านั้น):

• วิธีการชำระเงินใหม่** (โปรดระบุ อัตโนมัติ หรือ ด้วยตนเอง):

ชื่อและอีเมลที่จะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนี้

• ชื่อที่จะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนี้ (ชื่อของผู้ติดต่อจากโปรไฟล์การชำระเงินปัจจุบัน):

• อีเมลที่จะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงนี้ (อีเมลของผู้ติดต่อจากโปรไฟล์การชำระเงินปัจจุบัน):

...........[ใส่ชื่อที่ปรากฏอยู่ด้านบนสุดของชื่อและที่อยู่ในโปรไฟล์การชำระเงิน ตรวจสอบได้ที่นี่]........... จะเป็นผู้รับผิดชอบผลกระทบที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงในบัญชี

รวมถึงผลกระทบต่อประสิทธิภาพแคมเปญหรือการใช้จ่าย