ทำเว็บไซต์ด้วย Magento: ข้อดีและข้อเสีย และทางลือกใหม่ที่ดีกว่า

ทำเว็บไซต์ด้วย Magento: ข้อดีและข้อเสีย และทางลือกใหม่ที่ดีกว่า

Magento เป็นระบบการสร้างเว็บไซต์และระบบ Ecommerce ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในวงกว้าง มีความสามารถในการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูง แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนเลือกใช้ Magento ในการสร้างเว็บไซต์ของคุณ

ข้อดีของ Magento

  1. ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับแต่ง: Magento มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและปรับปรุงธีมและเทมเพลตตามความต้องการของธุรกิจ ทำให้คุณสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ที่สอดคล้องกับตราบใดที่คุณต้องการ
  2. ระบบการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ: Magento มีระบบการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพและสามารถจัดการสินค้าในคลังสำหรับร้านค้าของคุณได้อย่างมืออาชีพ
  3. การรองรับ SEO ที่ดี: Magento มีคุณสมบัติที่ช่วยในการปรับปรุง SEO เพื่อเพิ่มโอกาสในการให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา เช่น Google
  4. ระบบชำระเงินที่หลากหลาย: Magento มีการรองรับระบบชำระเงินที่หลากหลาย เช่น PayPal, Stripe, ฯลฯ ทำให้คุณสามารถเลือกใช้ระบบชำระเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าของคุณ


ข้อเสียของ Magento ที่เจอได้บ่อย

ในขณะที่ Magento เป็นระบบที่มีความสามารถในการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่มีธุรกิจใช้งานเยอะ เพราะทำมานาน แต่ก็ยังมีข้อเสียบางอย่างที่ควรพิจารณาก่อนการใช้งาน เช่น:

ความช้าในการทำงานหากเริ่มสินค้ารายการมากขึ้น:

Magento อาจมีปัญหาในความช้าในการทำงานเมื่อมีจำนวนสินค้ารายการที่มาก เนื่องจากการจัดการข้อมูลสินค้าในระบบอาจเป็นไปได้ที่ซับซ้อนและทำให้ระบบทำงานช้าลง

ปัญหาของโครงสร้างหลัก: ภาษาที่ใช้ในการพัฒนาและโครงสร้างที่ไม่รองรับ Native cloud

Magento มีโครงสร้างหลักที่อาจทำให้การพัฒนาและปรับปรุงระบบเป็นไปได้ที่ซับซ้อนและยากลำบาก นอกจากนี้ Magento ไม่ได้เป็นระบบที่รองรับ Native cloud ทำให้การย้ายไปใช้บนระบบคลาวด์นั้นอาจมีความยุ่งยาก และใช้ระบบได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ความต้องการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่มาก:

Magento มีความต้องการในทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่มาก เนื่องจากการทำงานแบบ On-Premise ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมและมีความสามารถในการรองรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่

ข้อจำกัดในการอัปเกรดระบบ:

Magento อาจมีข้อจำกัดในกระบวนการอัปเกรดระบบ ทำให้ควรให้ความสำคัญในการวางแผนและการตรวจสอบระบบเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการอัปเกรดในภายหลัง

ข้อจำกัดในการติดตั้งธีมและเทมเพลต:

การติดตั้งธีมและเทมเพลตใน Magento อาจเป็นไปได้ที่ซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรความสามารถสูงในการปรับแต่งร้านค้าให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ

 

SAAS ทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า 

ในปัจจุบัน ระบบ SAAS (ซอฟต์แวร์เป็นบริการ) ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเมื่อเปรียบเทียบกับระบบ On-Premise ที่มีต้นทุนในการซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เหตุผลที่ระบบ SAAS ได้รับความนิยมมากขึ้นคือดังนี้:

ความสะดวกสบายในการเริ่มต้นใช้งาน:

ระบบ SAAS มักมีขั้นตอนในการเริ่มต้นใช้งานที่ง่ายและไม่ซับซ้อน คุณสามารถเข้าถึงและใช้งานระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการติดตั้งและกำหนดค่าอย่างซับซ้อน

ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและเปลี่ยนแปลงได้:

ระบบ SAAS มักมีค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนซึ่งทำให้ง่ายต่อการกำหนดงบประมาณ นอกจากนี้ยังไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งและเลือกใช้งานระบบตามความต้องการของธุรกิจ

มีมาตรการความปลอดภัยที่มั่นคง:

ระบบ SAAS มักมีมาตรการความปลอดภัยที่มั่นคงเพิ่มเติม ผู้ให้บริการระบบ SAAS มักมีการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสและมาตรการความปลอดภัยที่ทันสมัย ทำให้การเก็บรักษาข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ใช้เป็นไปอย่างปลอดภัย

ไม่ต้องรับผิดชอบในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์:

ระบบ SAAS ทำให้คุณไม่ต้องมีความรับผิดชอบในการดูแลรักษาและอัปเดตซอฟต์แวร์เอง เนื่องจากทุกอย่างถูกดูแลรักษาโดยผู้ให้บริการ ทำให้คุณสามารถโฟกัสในกิจการหลักของคุณได้อย่างเต็มที่

ความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจ:

ระบบ SAAS มีความยืดหยุ่นในการขยายธุรกิจของคุณโดยไม่มีข้อจำกัดในการปรับแต่งและเพิ่มเติมฟีเจอร์ ทำให้คุณสามารถปรับปรุงและเพิ่มฟังก์ชั่นตามความต้องการของธุรกิจได้ตลอดเวลา

สรุป: ในปัจจุปัน SAAS เป็นที่นิยมมากกว่าระบบ On-Premise (Magento) 

ด้วยความสะดวกสบายในการใช้งาน ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าและเปลี่ยนแปลงได้ และมาตรการความปลอดภัยที่มั่นคง เป็นสาเหตุที่ระบบ SAAS ได้รับความนิยมมากกว่าระบบ On-Premise (Magento) ในปัจจุบัน
และก็มี ผู้ให้บริการ หลายเจ้าในประเทศ อาทิเช่น Salesone.co

การเลือกใช้ระบบ Ecommerce ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณควรพิจารณาให้ดีว่าระบบใดเป็นที่เหมาะสมกับความต้องการและข้อจำกัดของธุรกิจของคุณก่อนตัดสินใจใช้งาน

 

Let's get cracking