เมื่อเว็บไซต์โดน Hack สิ่งที่ควรทำ

เมื่อเว็บไซต์ถูก Hack ควรทำตามขั้นตอนเพื่อรับมือกับปัญหานี้อย่างเร็วด่วนและมีประสิทธิภาพ นี่คือขั้นตอนที่ควรทำ:ตัดการเชื่อมต่อ: ปิดเว็บไซต์และระบบเซิร์ฟเวอร์ทันทีเพื่อหยุดการเข้าถึงข้อมูลและป้องกันความเสี่ยงในการรั่วไหลข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

    1. แจ้งทีมผู้ดูแลระบบ (Admin): ติดต่อทีมผู้ดูแลระบบเพื่อแจ้งเหตุการณ์และเริ่มกระบวนการตรวจสอบปัญหา. หากคุณไม่ใช่ผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ ควรติดต่อผู้รับผิดชอบด้านเทคนิคของคุณ

​​​​​​​    2. เปลี่ยนรหัสผ่าน: รีเซ็ตรหัสผ่านของผู้ใช้ทุกคนในระบบ เริ่มจากผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ทั่วไป เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ชอบด้วยข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้

​​​​​​​​​​​​​​    3. สำรองข้อมูล: ทำการสำรวจการเปลี่ยนแปลงหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ และคืนค่าข้อมูลที่สูญหายหรือถูกทำลายให้เป็นระบบ

​​​​​​​    4. ตรวจสอบและสแกนเครื่องแม่ข่าย (Firewall): ตรวจสอบการกำหนดค่า Firewall ของระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่หวังด้วย IP ที่ไม่มีอยู่ในรายชื่อที่ได้รับอนุญาต

​​​​​​​    5. อัปเดตซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์ (Software and Firmware): อัปเดตระบบปฏิบัติการ แอปพลิเคชัน และซอฟต์แวร์ป้องกันอย่างทันที เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โจมตี

​​​​​​​    6. วิเคราะห์การโจมตี: ทำการวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุและวิธีการที่ผู้โจมตีใช้ในการเข้าถึงระบบของคุณ นี่จะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและป้องกันการเกิดอีกครั้งในอนาคต

​​​​​​​    7. รายงานและระบุการโจมตี: รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานทางกฎหมายหรือตำรวจสำนักงานนานาชาติเพื่อช่วยในการดำเนินคดีต่อไป

​​​​​​​    8. ดำเนินการกู้คืนข้อมูล: หากข้อมูลถูกสูญหายหรือทราบว่าถูกโจมตีควรดำเนินการกู้คืนข้อมูลจากสำรองข้อมูล (Backup) ที่มีอยู่

​​​​​​​    9. เพิกถอนการโจมตีและป้องกันอนาคต: ดำเนินการเพื่อเพิกถอนการโจมตีและป้องกันอนาคต นำเสนอการปรับปรุงระบบความปลอดภัยและการตรวจสอบประจำเพื่อระบุช่องโหว่และป้องกันการโจมตีซ้ำ

​​​​​​​    10. ​​​​​​​สอบสวนหาตัวกระทำ: หากเป็นเคสที่สำคัญหรือมีการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือการใช้งานที่ผิดกฎหมาย ควรติดต่อหน่วยงานทางกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


​​​​​​​ควรจัดเตรียมและปฏิบัติตามแผนการความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงในการโจมตีเว็บไซต์ในอนาคตด้วย และสร้างขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นประจำเพื่อรับมือกับการโจมตีเว็บไซต์ในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

  • วิธีการป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์เบื้องต้น
  • การโดน Hack เกิดจากอะไรได้บ้าง

วิธีการป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์เบื้องต้น

การป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์เบื้องต้นเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ของคุณ นี่คือวิธีการที่คุณสามารถป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์เบื้องต้น:

    1. อัปเดตซอฟต์แวร์และปฏิบัติการ (Software and OS):

        ​​​​​​​•  อัปเดตระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้โจมตี

    2. ใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก:

        ​​​​​​​•  ใช้รหัสผ่านที่มีความยาวและซับซ้อน ประกอบด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวเลข และควรเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ

    3. เลือกโฮสต์เว็บไซต์ที่มีความปลอดภัย:

        ​​​​​​​•  ​​​​​​​​​​​​​​เลือกโฮสต์เว็บที่มีระบบความปลอดภัยและป้องกัน DDoS

    4. Attackใช้ SSL/TLS เพื่อการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย:

        ​​​​​​​•  ​​​​​​​​​​​​​​ติดตั้ง SSL/TLS Certificate บนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้และเว็บไซต์เป็นปลอดภัย

​​​​​​​    5. จำกัดการเข้าถึง:

​​​​​​​        ​​​​​​​•  ​​​​​​​​​​​​​​จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์บนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อป้องกันการเข้าถึงที่ไม่ชอบด้วย

​​​​​​​    6. ตรวจสอบและสแกนประจำ:

​​​​​​​        ​​​​​​​•  ​​​​​​​​​​​​​​ตรวจสอบเว็บไซต์ของคุณเป็นประจำเพื่อค้นหาช่องโหว่และสแกนไฟล์เพื่อค้นหามัลแวร์

​​​​​​​    7. ป้องกันการ SQL Injection:

​​​​​​​        ​​​​​​​•  ใช้คำสั่งพารามิเตอร์ในการเข้าถึงฐานข้อมูลและป้องกันการ SQL Injection

​​​​​​​    8. ป้องกันการ Cross-Site Scripting (XSS):

​​​​​​​        ​​​​​​​•  กรองและทำความสะอาดข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเพื่อป้องกันการ XSS

​​​​​​​    9. สำรองข้อมูล (Backup):

​​​​​​​        ​​​​​​​•  สร้างสำรองข้อมูลประจำและเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อใช้กู้คืนในกรณีเกิดการโจมตีและข้อมูลสูญหาย

​​​​​​​    10. การตรวจสอบและสอบสวนเหตุการณ์:

​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​•  ติดตามและสอบสวนเหตุการณ์ประจำเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีและหาสาเหตุ เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคต.

​​​​​​​    11. การอบรมและการประเมินความเสี่ยง:

​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​•  การอบรมบุคลากรเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและประเมินความเสี่ยงเป็นประจำเพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัย

​​​​​​​    12. การใช้งาน Web Application Firewall (WAF):

​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​•  ติดตั้ง WAF เพื่อกรองการเข้าถึงและป้องกันการโจมตีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเว็บแอปพลิเคชัน

​​​​​​​    13. การสร้างแผนการฉุกเฉิน (Incident Response Plan):

​​​​​​​​​​​​​​        ​​​​​​​•  สร้างแผนการที่จะทำเมื่อเกิดการโจมตี เพื่อประสานงานและการรักษาความปลอดภัย


​​​​​​​การป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์เริ่มต้นด้วยการดูแลรักษาระบบและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงในการโดน Hack อย่างมากและรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ของคุณในระยะยาว การให้ผู้เชี่ยวชาญที่รับทำเว็บไซต์มาช่วยดูแลก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

การโดน Hack เกิดจากอะไรได้บ้าง

การโดน Hack เว็บไซต์สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง:

    1. ช่องโหว่ในระบบ: การโจมตีสามารถเกิดขึ้นเมื่อมีช่องโหว่ในระบบปฏิบัติการ เซิร์ฟเวอร์ เว็บแอปพลิเคชัน หรือซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดตหรือมีข้อบกพร่องในการรักษาความปลอดภัย

​​​​​​​    2. การโจมตี SQL Injection: การโจมตีนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีสามารถฝังโค้ด SQL ที่ไม่ถูกต้องในการร้องขอในเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูล

​​​​​​​    3. การโจมตี Cross-Site Scripting (XSS): การโจมตี XSS เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีฝังสคริปต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตในเว็บไซต์ เพื่อแสดงข้อมูลหรือเรียกใช้คำสั่งบนเบราว์เซอร์ของผู้ใช้

​​​​​​​    4. การโจมตี Cross-Site Request Forgery (CSRF): การโจมตี CSRF เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีส่งคำขอที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้บนเบราว์เซอร์เพื่อดำเนินการใด ๆ ในบัญชีของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

​​​​​​​    5. การรั่วไหลข้อมูล (Data Leakage): การโดน Hack อาจเกิดจากการรั่วไหลข้อมูลที่ไม่เป็นไปตามกฎหรือการก่อให้เกิดการรั่วไหลข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายใน

​​​​​​​    6. การแอบดักข้อมูล (Data Skimming): การโจมตีนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีรับข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลส่วนตัวจากผู้ใช้ในระหว่างการทำธุรกรรมออนไลน์ เช่นการชำระเงิน

​​​​​​​    7. การโจมตีการรับรองตัวตน (Authentication Attacks): การโจมตีเชิงนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีพยายามหรือป้องกันให้ผู้ใช้ทำการล็อกอินและเข้าสู่ระบบโดยใช้ข้อมูลการรับรองตัวตนที่ถูกเข้ารหัสหรือถูกเก็บไว้

​​​​​​​    8. การโจมตีการบริหารระบบ (Admin): การโจมตีบนระบบ Admin มีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงสิทธิ์และควบคุมของผู้ดูแลระบบ เพื่อเข้าถึงข้อมูลหรือปรับแต่งระบบ

​​​​​​​    9. การโจมตี DDoS (Distributed Denial of Service): การโจมตี DDoS เป็นการโจมตีแบบกองโจมตีที่เป้าหมายที่จะทำให้เว็บไซต์หรือเซิร์ฟเวอร์ไม่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้ได้โดยการส่งคำขอมากมายพร้อมกัน

​​​​​​​    10. การโจมตีการบีบอัด (Compression Attacks): การโจมตีเชิงนี้เน้นที่การใช้งานอัลกอริทึมการบีบอัดที่ไม่ปลอดภัยเพื่อดักหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลในการสื่อสาร

​​​​​​​    11. การโจมตีการใช้งาน (Session Hijacking): การโจมตีนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีรับข้อมูลเซสชันและใช้งานต่อที่สถานะเซสชันของผู้ใช้

​​​​​​​    12. การโจมตี Zero-Day: การโจมตี Zero-Day เกิดขึ้นเมื่อผู้โจมตีใช้ช่องโหว่ที่ไม่ได้รู้จักก่อนและยังไม่มีการรักษาความปลอดภัยเพื่อโจมตีระบบ

​​​​​​​    13. การโจมตีปัญหาความปลอดภัยในโค้ด (Code Security Issues): การโจมตีอาจเกิดจากข้อบกพร่องในโค้ดของเว็บแอปพลิเคชัน เช่น การใช้งานฟังก์ชันที่ไม่ปลอดภัยหรือการไม่ตรวจสอบข้อมูลอินพุตอย่างถูกต้อง


​​​​​​​การป้องกันการโดน Hack เว็บไซต์ควรมีการอัปเดตความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอและใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการโจมตีที่เป็นไปตามแบบที่กล่าวมาข้างต้น

Let's get cracking